ตู้ควันเป็นเครื่องมือระบายอากาศแบบปิดสำหรับแก๊ส ไอระเหย และควัน ซึ่งพัดลมระบายอากาศจะติดตั้งอยู่ด้านบนของเครื่องดูดอากาศ อากาศที่มีสิ่งปนเปื้อนในตู้ควันจะไหลผ่านท่อลมของตู้ควันออกไปสู่บรรยากาศภายนอก

       ตู้ควันทั่วไปอากาศที่ถูกดึงผ่านตู้ควันจะมีการไหลในอัตราคงที่ แต่เมื่อกรอบหน้าต่างตู้ควันลดต่ำลงหรือพื้นที่ตัดขวางของช่องหน้าต่างที่เปิดอยู่ลดลง อัตราไหลของอากาศ (ความเร็วด้านหน้า, face velocity)จะเพิ่มขึ้นอย่างเป็นสัดส่วน

       ตู้ควันที่ทำงานเต็มประสิทธิภาพจะมีอากาศไหลออกออกนอกตู้ควันได้เพียงแค่ 0.0001% ถึง 0.001% เท่านั้น

ประโยชน์ของตู้ควัน

1.  ป้องกันการได้รับสัมผัสควัน ไอ หรือแก๊สที่เป็นอันตรายให้ผู้ปฏิบัติงาน

2.  ป้องกันการแพร่กระจายของสารเคมีที่ระเหยได้ในห้องปฏิบัติการ

3.  จำกัดพื้นที่การกระจายของหยดสารเคมีไม่ให้กระเด็นไปพื้นที่ทำงานส่วนอื่น

ข้อจำกัดของตู้ควัน

1.  ตู้ควันจะไม่สามารถระบายอากาศด้วยความเร็วที่สูงได้ หากมีสิ่งปนเปื้อนที่มีอนุภาคขนาดใหญ่ปนอยู่ด้วย

2.  ตู้ควันไม่สามารถป้องการการระเบิดได้ จึงต้องจัดให้มีแผงกั้นหรือฝากั้นที่แข็งแรงเพียงพอ แต่ต้องระวังว่าไม่ให้ปิดกั้นการไหลของอากาศภายในตู้ควัน

3.  ไอของสารเคมีบางชนิด เช่น ไอกรดเปอร์คลอริก สามารถสะสมบริเวณพื้นผิวของตู้ควัน ทำให้เกิดผลึกเปอร์คลอเรตที่สามารถระเบิดได้เมื่อสัมผัสเสียดสี (ตู้ควันสำหรับกรดเปอร์คลอริกจึงต้องทำด้วยเหล็กสแตนเลส ที่มีระบบการล้างทำความสะอาดติดตั้งอยู่ด้วย)

4.  ตู้ควันไม่สามารถควบคุมจุลชีพที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรใช้ตู้ชีวนิรภัย (biosafety cabinet) แทนตู้ควันธรรมดา

5.  ตู้ควันที่ไม่มีแผ่นกรอง สิ่งปนเปื้อนทั้งหมดจะปล่อยออกสู่บรรยากาศโดยตรง หากต้องการควบคุมมลพิษ ต้องติดตั้งเครื่องควบแน่น (condensers) และสครัปเบอร์ (scrubber)ที่สามารถดักจับไอหรือฝุ่นของตัวทำละลายหรือสารพิษ

6.   ตู้ควันไม่สามารถใช้กำจัดของเสียได้ เพราะเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่จงใจระบายของเสียออกทางปล่องตู้ควัน